โปรเจกเตอร์กี่ Lumens ถึงจะพอกับขนาดจอ?

โปรเจกเตอร์กี่ Lumens ถึงจะพอกับขนาดจอ Home Theater
ขนาดจอ Screen Gain และความสว่างของโปรเจกเตอร์ เป็นข้อมูลที่ต้องพิจารณาร่วมกันในการออกแบบระบบ Home Theater

โปรเจกเตอร์กี่ Lumens ถึงจะพอกับขนาดจอ เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากเวลาวางระบบ Home Theater

“โปรเจกเตอร์ 3,000 Lumens ใช้กับจอ 150 นิ้วได้ไหม?”

หรือบางห้องมีพื้นที่เยอะหน่อย อยากได้จอ 170 นิ้ว ก็จะถามว่าเครื่องที่เล็งไว้สว่างพอหรือเปล่า

ถ้าดูจากสเปก เราจะเห็นตัวเลข 2,500, 3,000 หรือ 3,500 Lumens ซึ่งตัวเลขเหล่านี้มีประโยชน์ครับ แต่ยังเอามาตอบไม่ได้ทันทีว่าโปรเจกเตอร์เครื่องนั้นควรใช้กับจอได้ใหญ่แค่ไหน

ถ้าถามผมว่า

“3,000 Lumens พอไหม?”

ผมยังตอบไม่ได้ครับ

ต้องรู้ก่อนว่าจะเอาโปรเจกเตอร์เครื่องนี้ไปฉายลงบนจอขนาดเท่าไร เนื้อจอเป็นประเภทไหน Screen Gain เท่าไร รวมถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอในการกระจายแสงของเนื้อจอเป็นอย่างไร

เพราะ จอรับภาพเป็นส่วนหนึ่งของระบบภาพโดยตรง

จอรับภาพไม่ควรเป็นข้อจำกัดของโปรเจกเตอร์ แต่ควรเป็นองค์ประกอบที่ช่วยดึงศักยภาพของระบบภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

โปรเจกเตอร์ทำภาพออกมาได้ดีแค่ไหน สุดท้ายภาพทั้งหมดก็ต้องมาตกอยู่บนจอ ทั้งความสว่าง สี Contrast และรายละเอียดของภาพ

เวลาวางระบบ ผมจึงมอง Projector กับ Screen ไปพร้อมกันตั้งแต่แรก ไม่ได้เลือกโปรเจกเตอร์ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยหาจอมารับภาพทีหลัง


ลองดูจากโปรเจกเตอร์เครื่องเดียวกัน

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองใช้ Valerion VisionMaster Pro 2 เป็นตัวอย่างครับ

รุ่นนี้ระบุความสว่างไว้ที่ 3,000 ISO Lumens

ผมลองนำข้อมูลไปใส่ใน Projection Calculator ของ ProjectorCentral โดยกำหนดให้เป็นจอ 16:9, Screen Gain 1.0 และตั้ง Optical Zoom ไว้ที่ 1.33× เท่ากันทุกครั้ง

จากนั้นเปลี่ยนเฉพาะขนาดภาพ

จอ 100 นิ้ว

ระยะฉาย 2.50 เมตร
Optical Zoom 1.33×
Screen Gain 1.0

ProjectorCentral ประเมินความสว่างไว้ที่ประมาณ 204 nits

Valerion VisionMaster Pro 2 จอ 100 นิ้ว ความสว่างประมาณ 204 nits
Valerion VisionMaster Pro 2 ที่ขนาดภาพ 100 นิ้ว ระยะฉาย 2.50 เมตร Optical Zoom 1.33× และ Screen Gain 1.0 โดย ProjectorCentral ประเมินความสว่างประมาณ 204 nits

ขยับขึ้นมาเป็น 130 นิ้ว

ยังเป็นโปรเจกเตอร์เครื่องเดิมครับ

ขยับระยะฉายเป็น 3.25 เมตร เพื่อให้ได้ภาพ 130 นิ้ว โดยยังคง Optical Zoom 1.33× และ Screen Gain 1.0 เหมือนเดิม

ความสว่างลดลงมาเหลือประมาณ 121 nits

Valerion VisionMaster Pro 2 จอ 130 นิ้ว ความสว่างประมาณ 121 nits
Valerion VisionMaster Pro 2 ที่ขนาดภาพ 130 นิ้ว ระยะฉาย 3.25 เมตร Optical Zoom 1.33× และ Screen Gain 1.0 โดย ProjectorCentral ประเมินความสว่างประมาณ 121 nits

แล้วถ้าขยับไปถึง 170 นิ้ว?

คราวนี้ใช้ระยะฉาย 4.25 เมตร

Optical Zoom ยังอยู่ที่ 1.33×
Screen Gain ยังเป็น 1.0

ProjectorCentral ประเมินความสว่างเหลือประมาณ 71 nits

Valerion VisionMaster Pro 2 จอ 170 นิ้ว ความสว่างประมาณ 71 nits
Valerion VisionMaster Pro 2 ที่ขนาดภาพ 170 นิ้ว ระยะฉาย 4.25 เมตร Optical Zoom 1.33× และ Screen Gain 1.0 โดย ProjectorCentral ประเมินความสว่างประมาณ 71 nits

ข้อมูลการคำนวณอ้างอิงจาก Projection Calculator ของ ProjectorCentral


เครื่องเดิม 3,000 Lumens แต่พอจอใหญ่ขึ้น ความสว่างก็ลดลง

ขนาดจอระยะฉายOptical ZoomScreen Gainความสว่างโดยประมาณ
100 นิ้ว2.50 m1.33×1.0204 nits
130 นิ้ว3.25 m1.33×1.0121 nits
170 นิ้ว4.25 m1.33×1.071 nits

โปรเจกเตอร์ยังเป็นเครื่องเดิม

Screen Gain เท่าเดิม

ตำแหน่ง Zoom เท่าเดิม

พอขนาดจอใหญ่ขึ้น พื้นที่รับภาพก็มากขึ้น แสงจากโปรเจกเตอร์จึงต้องกระจายออกไปบนพื้นที่ที่มากขึ้นตามไปด้วย

จากจอ 100 นิ้วที่ประมาณ 204 nits

พอเป็น 130 นิ้ว เหลือประมาณ 121 nits

และเมื่อขึ้นไปถึง 170 นิ้ว เหลือประมาณ 71 nits

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเห็นโปรเจกเตอร์เขียนว่า 3,000 Lumens เราถึงยังบอกไม่ได้ว่าเครื่องนี้เหมาะกับจอ 120, 150 หรือ 170 นิ้ว จนกว่าจะรู้ว่าระบบจริงจะใช้จออะไรและขนาดเท่าไร


แล้วความสว่างเท่าไรถึงจะพอ?

ถ้าเป็น SDR Projection เรามีค่าอ้างอิงที่ใช้กันในระบบฉายภาพครับ

มาตรฐาน SMPTE 196M กำหนด Screen Luminance บริเวณกึ่งกลางจอสำหรับโรงภาพยนตร์ไว้ที่ค่ากลาง 16 ft-L หรือประมาณ 55 nits

โดยมีช่วงที่กำหนดไว้ประมาณ 12–22 ft-L หรือ 41–75 nits

เพราะฉะนั้นเวลาคำนวณออกมาได้ 50, 70, 100 หรือ 200 nits ตัวเลขเหล่านี้ถึงจะเริ่มมีความหมาย เพราะเรามี Reference ให้เทียบว่าความสว่างบนจออยู่ตรงไหน

แต่ 55 nits ที่พูดถึงตรงนี้เป็น Reference สำหรับ SDR Projection

ถ้าเป็น HDR จะมีเรื่อง Peak Luminance, Black Level, Dynamic Range รวมถึงการทำงานของ Tone Mapping เข้ามาเกี่ยวข้องอีก เดี๋ยวเรื่อง HDR ผมจะแยกออกไปคุยโดยเฉพาะ จะได้ไม่เอาสองเรื่องมาปนกัน


Lumens ในสเปก ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้เท่านี้ทุกโหมด

อีกเรื่องที่ต้องดูคือ Picture Mode ที่เราใช้งานจริง

โปรเจกเตอร์เครื่องหนึ่งสามารถให้ Light Output ต่างกันได้ในแต่ละโหมด

บางโหมดทำความสว่างได้สูงมาก แต่สีอาจไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะกับการดูหนัง ส่วนโหมดที่ให้ภาพถูกต้องขึ้นก็อาจมี Light Output ลดลงมา

VisionMaster Pro 2 เองก็เห็นเรื่องนี้ได้จากผลการวัดของ ProjectorCentral

ใน Standard Mode โดยไม่ใช้ Brightness Enhancer วัดได้ประมาณ 2,503 ANSI Lumens

Theater และ Filmmaker วัดได้ประมาณ 2,131 ANSI Lumens

ส่วน Standard Mode เมื่อเปิด Brightness Enhancer สามารถขึ้นไปประมาณ 3,383 ANSI Lumens แต่ ProjectorCentral ระบุว่าภาพมี Green Bias สูง ซึ่งไม่เหมาะกับการรับชมที่ต้องการความถูกต้องของภาพ

เพราะฉะนั้นเวลาวางระบบจริง เราต้องเผื่อเรื่อง Light Output ในสภาพที่เราจะใช้งานจริง เอาไว้ด้วย ไม่ใช่หยิบตัวเลขสูงสุดในสเปกมาคำนวณอย่างเดียว


Calculator ใช้วางระบบ ส่วนของจริงเราต้องวัด

ก่อนติดตั้ง เราใช้ Projection Calculator เพื่อดูความเป็นไปได้ของระบบก่อน

ขนาดจอเท่าไร

ใช้เนื้อจออะไร

Gain เท่าไร

โปรเจกเตอร์อยู่ระยะไหน

และคาดว่าจะได้ความสว่างบนจอประมาณเท่าไร

ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้เราเลือก Projector และ Screen ให้เหมาะสมกันตั้งแต่ก่อนเริ่มติดตั้ง

หลังติดตั้งและทำ Video Calibration แล้ว เราจะวัด Screen Luminance จากจอจริง เพื่อยืนยันว่าระบบให้ความสว่างออกมาตามที่ออกแบบไว้

เพราะสภาพห้องจริง เนื้อจอจริง ตัวโปรเจกเตอร์จริง และการตั้งค่าที่ใช้งานจริง คือสิ่งที่เราต้องตรวจสอบกับระบบที่ติดตั้งเสร็จแล้ว


จอใหญ่ไม่ได้มีแค่เรื่อง “โปรเจกเตอร์ฉายถึงไหม”

เวลาลูกค้าอยากได้จอใหญ่ ผมไม่ได้ดูแค่ว่า Throw Distance ของโปรเจกเตอร์สามารถสร้างภาพขนาดนั้นได้หรือเปล่า

ฉายได้ กับ ฉายแล้วได้คุณภาพตามที่เราต้องการ เป็นคนละเรื่องกันครับ

เราต้องดูด้วยว่าพอขยายไปถึงขนาดนั้นแล้วเหลือความสว่างเท่าไร จอที่เลือกใช้มี Gain เท่าไร เนื้อจอมีคุณสมบัติอย่างไร และสามารถรักษาคุณภาพของภาพจากโปรเจกเตอร์ได้ดีแค่ไหน

โดยเฉพาะห้อง Home Theater ที่ใช้จอขนาดใหญ่ เรื่อง Projector กับ Screen ยิ่งต้องคิดไปพร้อมกัน

จอรับภาพที่เหมาะสม ควรช่วยให้เราใช้ศักยภาพของโปรเจกเตอร์ได้เต็มที่ ไม่ใช่กลายเป็นจุดที่ลดทอนคุณภาพของระบบภาพลง

นี่คือเหตุผลที่เวลา HDT Homedigital วางระบบ เราจึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า

“ต้องใช้โปรเจกเตอร์กี่ Lumens?”

อย่างเดียว

เราจะเริ่มจากห้อง ขนาดภาพที่ต้องการ ตำแหน่งนั่ง ระยะฉาย โปรเจกเตอร์ และจอรับภาพ แล้วเอาทั้งหมดมาวางเป็นระบบเดียวกัน

เพราะสุดท้ายสิ่งที่เราต้องการรู้จริง ๆ คือ

เมื่อนั่งอยู่ในห้องนั้นแล้ว ภาพที่อยู่ตรงหน้าเราออกมาได้ดีแค่ไหนครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความสว่างของโปรเจกเตอร์

โปรเจกเตอร์ 3,000 Lumens ใช้กับจอ 150 นิ้วได้ไหม?

ใช้ได้หรือไม่ต้องพิจารณาร่วมกับหลายปัจจัยครับ ทั้ง Screen Gain ระยะฉาย ตำแหน่ง Zoom และ Light Output ของ Picture Mode ที่ใช้งานจริง ตัวเลข 3,000 Lumens เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าภาพบนจอ 150 นิ้วจะสว่างแค่ไหน

ทำไมใช้โปรเจกเตอร์เครื่องเดิม แต่พอจอใหญ่ขึ้นภาพถึงมืดลง?

เมื่อขนาดจอใหญ่ขึ้น พื้นที่รับภาพก็มากขึ้น แสงจากโปรเจกเตอร์เครื่องเดิมจึงกระจายอยู่บนพื้นที่มากขึ้น ทำให้ความสว่างต่อพื้นที่บนจอลดลง

Lumens กับ nits ต่างกันอย่างไร?

Lumens ใช้บอกปริมาณแสงที่โปรเจกเตอร์สามารถส่งออกมา ส่วน nits ใช้บอกความสว่างที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวรับภาพ ดังนั้นโปรเจกเตอร์ที่มีค่า Lumens เท่ากัน เมื่อใช้กับขนาดจอหรือ Screen Gain ต่างกัน ก็สามารถให้ค่า nits บนจอแตกต่างกันได้

Screen Gain มีผลต่อความสว่างของภาพหรือไม่?

มีครับ Screen Gain เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อความสว่างที่ผู้ชมได้รับจากจอ แต่การเลือก Gain ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความสว่างอย่างเดียว ยังต้องดูคุณสมบัติของเนื้อจอ การกระจายแสง Viewing Angle และลักษณะของระบบที่ใช้งานร่วมกันด้วย


แหล่งอ้างอิง

Valerion — VisionMaster Pro 2 Specifications

ProjectorCentral — Valerion VisionMaster Pro 2 Projection Calculator

ProjectorCentral — Valerion VisionMaster Pro 2 Projector Review

SMPTE — ST 196:2003 Motion-Picture Film — Indoor Theater and Review Room Projection — Screen Luminance and Viewing Conditions


บทความที่เกี่ยวข้อง

Triple RGB Laser vs Single Laser vs LED vs Lamp Projector แตกต่างกันอย่างไร?

เทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ — เปรียบเทียบ Single-chip DLP, 3LCD และ Triple Laser RGB


ปรึกษาและวางแผนระบบกับ HDT

หากคุณกำลังวางแผนสร้าง Home Theater หรือต้องการออกแบบระบบภาพและเสียงสำหรับบ้าน ธุรกิจ หรือโครงการ ทีมงาน HDT พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวางระบบ เลือกอุปกรณ์ ติดตั้ง ตรวจวัด และปรับแต่ง เพื่อให้ระบบเหมาะกับพื้นที่ รูปแบบการใช้งาน และงบประมาณ

ติดต่อ HDT Homedigital

☎️ โทรศัพท์ : 091-4462515 (Ball)
💬 LINE ID : zeezed-100
ⓕ Official Facebook Page : HDT Homedigital

ติดตามผลงานติดตั้ง รีวิวอุปกรณ์ และบทความด้าน Home Theater, Audio Calibration และ Video Calibration ได้ทาง Facebook Page: HDT Homedigital

HDT Homedigital
Bring The Cinema To Your Room

Home Theater Design • Supply • Installation • Audio Calibration • Video Calibration